ชีหยวนทุกข์ระทมมาก จึงได้แต่งกลอนบทหนึ่งเพื่อคลายความทุกข์ ซึ่งกลอนบทดังกล่าวมีชื่อว่า หลีเซา เป็นกลอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการห่วงใยราษฎร ต่อมาฮ่องเต้แคว้นฉู่ถูกกลลวงของแคว้นฉิน และสวรรคต จึงได้มีรัชทายาทขึ้นครองบัลลังก์แทน ซึ่งพระองค์ก็ได้เชื่อคำยุยงของเหล่าขุนนางที่กังฉิน จึงได้สั่งเนรเทศไป
หลังจาก ซีหยวน เดินทางรอนแรมมาถึงแม่น้ำเปาะล่อกัง (บางตำราว่าเป็นแม่น้ำแยงซีเกียง) ชีหยวนจึงได้ตัดสินใจกระโดดน้ำ เสียชีวิต เพื่อแสดงออกถึงความรู้สึกจงรักภักดีแก่ประเทศชาติและความคับแค้นใจที่มีต่อสังคม ในวันขึ้น๕ ค่ำ เดือน ๕
เมื่อชาวบ้านทราบข่าวการเสียชีวิต ด้วยความรักและอาลัย จึงได้ออกตามหาศพของขุนนางผู้นี้ ซึ่งขณะที่ตามหา ก็ได้โปรยข้าวลงแม่น้ำด้วย และอธิษฐานขออย่าให้เหล่าสัตว์น้ำมากัดกินศพของชีหยวน ให้กินแค่ข้าวที่โปรยไว้ก็พอ
หลังจากนั้นทุก ๆ ปี ที่เป็นวันครบรอบการเสียชีวิต ชาวบ้านก็จะนำข้าวเอาข้าวไปโปรย จนต่อมามีชาวบ้านผู้หนึ่งฝันเห็นชีหยวน โดยได้มากล่าวขอบคุณชาวบ้านที่ได้มาโปรยข้าวเพื่อการเซ่นไหว้ และได้แนะนำให้นำอาหารเหล่านั้นห่อด้วยใบไผ่ หรือใบจากก่อนที่จะโยนลงน้ำ ชาวบ้านต่างก็ทำตามที่ชีหยวนแนะนำ และได้มีการตกแต่งเรือให้เป็นรูปมังกรด้วย
การไหว้มักจะทำในช่วงเช้า (ประมาณ ๐๗.๐๐-๑๑.๐๐น.) โดยมีรายละเอียดการจัดเตรียมดังนี้
- บะจ่าง: จัดเตรียมเป็นจำนวนคู่ เช่น ๒,๔, หรือ ๘ลูก
- ผลไม้มงคล: ๕ อย่าง เช่น ส้ม แอปเปิ้ล กล้วยหอม สาลี่ และองุ่น
- เครื่องดื่ม: น้ำชา ๕ ถ้วย และเหล้าจีน (ถ้ามี) ๕ ถ้วย
- กระดาษเงินกระดาษทอง: เช่น หงึ่งเตี๋ย
- วางกระถางธูปไว้แถวหน้าสุด (ใกล้ตัวผู้ไหว้) เพื่อส่งจิตอธิษฐาน
- วางถ้วยน้ำชาและถ้วยเหล้าในแถวถัดมา
- วางบะจ่างและผลไม้ไว้แถวในสุด (ชิดศาลหรือรูปภาพบรรพบุรุษ)
อีกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยก็คือ หากใครเคยฟังเพลงของ เติ้งลี่จวิน หรือ เทเรซา เติ้ง นักร้องสาวชาวไต้หวัน มีอยู่หนึ่งเพลงค่ะชื่อเพลงเป็นภาษาจีนว่า 燒肉粽 ส่วนภาษาไทยเราจะออกเสียงกันประมาณว่า "เซียวบะจ่าง " ซึ่งเพลงนี้แต่งโดย จางชิวตงชง หรือ จางเหล่าซือ ในปีพ,.ศ. ๒๔๙๒ ที่ไต้หวัน
จางเหล่าซือได้ยิน เสียงเรียก จากคนขายบะจ่างในตอนกลางดึก ว่า บะจ่างร้อนๆ ก็เลยใช้เป็นชื่อเพลงค่ะ ซึ่งขณะนั้นเป็นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำในไต้หวัน จากผลของสงครามโลก เนื้อเพลงโดยรวมแปลว่า บรรยายถึง ชีวิตและความทุกข์ของคนหนุ่มที่ต้องตกงานและมาขายบ๊ะจ่าง....จาก สภาพบ้านเมืองแท้ๆที่ทำให้จำต้องมาขายบ๊ะจ่าง เพลงนี้มาจึงเป็นที่นิยมในช่วงทศวรรษ ๑๙๔๐-๑๙๖๐
💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙❤❤❤❤💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙❤❤❤❤💙💙💙💙💙💙💙💙💙

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น