เกตุ๙จรย้ายเข้าราศีกุมภ์ ดาวศุกร์จรย้ายเข้าราศีมีน
เกตุ๙ จรเข้ากุมภ์วันที่ ๒ มีนาคม๒๕๖๙ เวลา๑๔.๔๖ น. มาเจอ ดาว อาทิตย์๑ ราหู๘ อังคาร๓ และพุธ๔(พักรเดินย้อนตั้งแต่๒๐กพ-๑๑ มีค๖๙,และมนฑ์ ๑๒-๑๙มีค๖๙และยกเข้าราศีมีน ๗เมย ๖๙ไปเสริดอีกวันที่ ๑๔เมย ๖๙ )
พระเกตุถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๙ (เลขเก้าไทย) มีอัตราการจรในแต่ละราศีประมาณสองเดือน โคจรย้อนจักรราศีเช่นเดียวกับราหู แต่ไม่ได้เล็งกับราหูตลอดเวลาเช่นทางสากลและอินเดีย ความหมายของเกตุในหลักสากลจะเป็นอย่างหนึ่งเช่น สมมติ ราหูกุมลัคน์เกตุก็เล็งลัคน์ ราหูอยู่ร่วมดาวใดเกตุก็เล็งดาวนั้น ผลของเกตุจึงไม่มีความสำคัญนัก และเมื่อเกตุไปกุมกับดาวเคราะห์ใดๆ จะทำให้ดาวนั้นเพิ่มการตอบสนองจากการถูกกระทบมากขึ้น เช่นการเกิดอารมณ์ร่วม คำนิยามของพระเกตุว่า "ดูอายุยืนอยู่ให้ทายเกตุ" และให้ธาตุของพระเกตุไว้ว่าเป็น " วิญญาณธาตุ " ซึ่งหมายความว่าพระเกตุอยู่ในราศีใดก็ย่อมจะบันดาลให้เกษตรเจ้าเรือนนั้นมีชีวิตหรือวิญญาณตามเกตุไปด้วย และกำหนดวงโคจรหนึ่งรอบหรือโคจรครบ๑๒ ราศีเท่ากับ ๖๗๙ วัน หรือโคจรวันละ ๐.๕๓๐๑๙๑๕ องศา
ความพิสดารของพระเกตุคือ ในทางโหราภารตะหรือสากลถือเป็นหางของราหู คือราหูอยู่ในราศีใดและมีองศาที่เท่าใด พระเกตุต้องอยู่ตรงข้ามกับราหูและมีองศาเท่าราหูเสมอไป แต่มีโหราศาสตร์ไทยอยู่ชาติเดียวซึ่งถือว่าพระเกตุเป็นดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่งซึ่งไม่ใช่หางของราหู มิอำนาจอิทธิพลของตัวเอง
เกตุ๙ไปสัมพันธ์กับดาวเคราะห์ในพื้นชะตาหรือดาวเคราะห์ที่โคจรมาสัมพันธ์กับเกตุ มักจะก่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะมักชอบเป็นกองเชียร์ คือ อยู่กับดาวดีก็ส่งเสริมให้ดีขึ้นหากเป็นโยคเกณฑ์ดีคือ ๓๐ องศาหรือ ๖๐ องศาหรือ ๑๒๐ องศา อยู่กับดาวร้ายก็ส่งเสริมให้ร้ายขึ้น ต้องดูเรื่องของเชิงมุม หากเป็นโยคเกณฑ์ร้ายคือ ๑๘๐ องศาหรือ๙๐ องศา
คำทำนายกว้างๆของ ดาวเกตุ๙ ในราศีกุมภ์
ชอบใช้อิทธิพล มีอิทธิพลมาก มีญาณพิเศษในตัวคาดการณ์ล่วงหน้าได้ถูกต้อง มีอำนาจทางจิตต่อผู้อื่น เดือนร้อนวุ่นวายเพราะเพื่อนฝูง ชอบฝึกจิตให้เกิดพลัง. อุบัติเหตุ ความแตกดับ
ความหมายของเกตุ๙กับดาวอื่นๆที่โคจรมาเป็นโยคเกณฑ์กัน
๑. เกตุถึงอาทิตย์ ระวังของร้อน ฟืนไฟ สุขภาพไม่ดี. โรคเก่ากำเริบ. ข้าวของเสียหาย มีเหตุไม่ดีเกี่ยวกับบริวารลูกเมีย. ได้สัมผัสกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์. จะเหน็ดเหนื่อยจาการงาน หรือเดินทางมากขึ้น. จะต้องตากแดด หรือถูกของร้อน
ส่วนดาวศุกร์ ๖ จะย้ายไปยังราศีมีน ในวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๙เวลา ๗.๕๔น. เจอดาวเสาร์๗(เสริด) และเนปจูน
คำทำนายของดาวศุกร์เป็นอุจจ์ อยู่ราศีมีน นั้น สูงสุดทางวาสนา สนใจทางศิลป รสนิยมดี มักมีโชคดีอยู่บ่อย ๆ และชอบสิ่งประณีต ปัญญาดี ฉลาด สามารถเป็นแพทย์ เป็นอาจารย์ รวยทรัพย์ รวยเงิน ตระกูลดี มียศศักดิ์สูง การศึกษาดี ได้ทุน เรียนเก่ง คะแนนเยี่ยม แต่มีนิสัยชอบคบคนรวยมีฐานะ
พระศุกร์เข้าเจอกับดาวเสาร์เสี้ยนศัตรู แต่เนื่องจากราศีมีนเป็นธาตน้ำ พระศุกร์ อยู่ถูกธาตุ และพระเสาร์๗ อยู่ ในราศีปลายธาตุน้ำ มีน คือคู่ศัตรู ไฟเข้าเรือนธาตุน้ำ ทำให้เกิดความขัดแย้งเชิงธาตุจะขัดแย้งกันทาง ด้านดีคือ ความคิดชอบเสียสละ, ห่วงใยในความเป็นอยู่ของผู้อื่น, มีความอดกลั้นได้ดี รอบคอบมาก,ระมัดระวังมาก,เลือกระหว่างทางเดินที่ดีและชั่ว หรือระหว่างสิ่งที่ต่ำกว่าและสูงกว่า ด้านร้าย คือ อารมณ์หดหู่,ไม่ไว้ใจใคร, ไม่ค่อยพอใจสิ่งใด, เข้าข้างตัวเอง
ดังนั้น ดาวเสาร์โคจร ต้อง ดาว๖ ก็จะมีประเด็น ด้านดีคือ การประหยัดมัธยัสถ์ รู้ค่าของเงินและการหารายได้มาเพื่อจ่าย ส่วนด้านความรักต้องมีความอดทนให้สูงหรือต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย ประนีประนอมให้มากเข้าไว้ พูดน้อยๆไว้จะดี กว่า พูดมากหรือต่อความยาวสาวความยืดอาจจะทะเลาะกัน
ส่วนด้านร้ายหรือลบมากคือ ความยุ่งยากลำบากใจเกี่ยวกับความรักคู่ครอง,การทะเลาะกัน การเลิกรา,มีโอกาสจะเจ็บตัวหรือเสียทรัพย์,ระวังการโจรกรรมหรืออาจถูกปล้น
ส่วนศุกร์กับเนปจูนนั้น เนื่องจากโหราศาสตร์ไทยและภารตะได้มีการคำนวณตำแหน่งระยะการโคจรของเนปจูนโดยเนปจูนจะโคจรตลอดราศีใช้เวลา ๑๓ ปี ๙เดือน ในทางโหราศาสตร์ทั่วไปมักจะไม่นำมาใช้เพราะเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างไกลจากโลกมาก การโคจรจึงมากเกินกว่าจะมีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์ได้ แต่คงมีอิทธิพลต่อเหตุการณ์ ในโลกอันได้แก่เหตุการณ์ใหญ่ๆซึ่งจะบังเกิดแก่โลกเท่านั้นเนปจูนถือเป็นดาวเคราะห์ธาตุน้ำเป็นดาวเจ้าอารมณ์และเป็นดาวเจ้าเรือนเกษตรร่วมกับพฤหัสบดีในราศีมีน ซึ่งเป็นธาตุน้ำปลายธาตุ คือ น้ำในทะเล หรือ มหาสมุทร ยากที่ใครจะคาดเดา หรือ เข้าถึงได้ มองเห็นผืนน้ำที่กว้างใหญ่ ดูราบเรียบคลื่นลมสงบ แต่ไม่มีใครบอกได้ว่า จะเกิดสึนามิ จากแผ่นดินไหว ขึ้นมาเมื่อไร เพราะทะเล หรือ อาจจะเกิดบ้าคลั่ง ทำลายทุกสิ่งที่อยู่บนผืนน้ำหรือชายฝั่ง ทำลายบ้านเรือน ผู้คน และสรรพสิ่งต่าง ๆ บนฝั่งก็ได้
ด้วยเหตุนี้ โหราจารย์ท่านจึงจัดให้ “ดาวเนปจูน”เจ้าสมุทร เป็นดาวบาปเคราะห์ที่ยิ่งใหญ่เหนือกว่าบาปเคราะห์ทั้งปวง เป็น “ประธานฝ่ายบาปเคราะห์” แทนที่ “ดาวเสาร์” เลยทีเดียว เป็นเกษตรเจ้าเรือน เราจึงเรียก “ดาวเนปจูน” ว่า “ดาววินาศนะโลกธรรม” ดังนั้นศุกร์และเนปจูนจะมีความสอดคล้องกันในแง่สุนทรียภาพ-ศิลปะความงดงาม แต่เนปจูนจะคลอบคลุมไปถึงการเข้าถึงสังคมหมู่มาก.การมีจินตนาการ,การสร้างภาพ การมีญาณ หยั่งรู้ ศาสตร์ลี้ลับ ศาสตร์ที่ว่าด้วยโลกและวิญญาณ มายากล สิ่งเร้นลับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์การเล่นของ ก็ได้ทั้งดีและร้าย เพราะเป็นเกษตรภพที่สิบสอง
พระศุกร์จะยกย้ายไปราศีเมษ ในวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๙
ช่วงนี้ดาวพุธเดินวิกลคติและเจอคู่ศัตรู จึงขอฝากเรื่องของสมองที่เป็นอวัยวะสำคัญนอกจากจะไว้ใช้ในการคิดและการจำ โดยสมองส่วนหน้าแล้ว ยังมีหน้าที่อื่นๆ ของสมองส่วนกลางคือการมองเห็นและการได้ยิน และสมองส่วนท้ายคือ การทรงตัวและการหายใจ สรุปได้ว่า
- ๑.สมองเป็นศูนย์กลางของสติปัญญา ความรู้สึกนึกคิด และพฤติกรรม
- ๒.เนื่องจากเซลสมองกว่าแสนล้านเซลเชื่อมกันด้วยสารสื่อประสาทเพื่อส่งสัญญาณและตอบสนองต่อสิ่งเร้า จึงทำให้เรามีความสามารถในการปรับตัวและเกิดขบวนการเรียนรู้จากขนวบการทำงานของเครือข่ายเซลสมองที่ซับซ้อนได้
- จึงจำเป็นที่จะต้องดูแลสุขภาพของสมองด้วยสิ่งเหล่านี้คือ
- -รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำให้เพียงพอ
- -ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- -อ่านหนังสือหรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นสมอง
- -จัดการความเครียด
- -พักผ่อนให้เพียงพอ
💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙❤❤❤❤💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙❤❤❤❤💙💙💙💙💙💙💙💙💙

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น