พระเคราะห์ตรีวัย
เรื่องของหลักตรีวัยและวิธีการคำนวณนั้นเคยนำมาเขียนถึงแล้ว
ตรีวัย#zodietc
https://zodietcwise.blogspot.com/2020/08/zodietc.html
สำหรับในตอนนี้จะเป็นการอธิบายความสำคัญและความเข้าใจรวมทั้งการใช้ในการทำนาย
นอกจากดูจักราศี (ทวาทศจักร)แล้ว จะต้องนำมาพิจารณาเรื่องของตนุเกษตรว่า ตนุจนถึงวินาสน์ว่าเป็นอย่างไร โดยท่านอาจารย์หลวงวิศาลดรุณกรผู้เขียนตำราเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพว่า
การเห็นผลมะม่วงก็เห็นแต่เปลือกนอกของผล หาได้เห็นเนื้อในไม่ ต่อเมื่อเราปอกเปลือกออกแล้วจึงจะเห็นเนื้อได้เมื่อเอาเนื้อออกหมดแล้วจึงจะเห็นเปลือกของเมล็ดในได้ และเมื่อผ่าเอาเปลือกของเมล็ดออกจึงจะเห็นเมล็ดในได้ เช่นกันกับการดูดวงชะตา เมื่อเราดูอัฏฐจักรพยากรณ์ อันได้แก่หลักการทำนายดวงชะตาและกฎเกณฑ์สำคัญในวิชาโหราศาสตร์ไทยพื้นฐาน ซึ่งเป็นการพยากรณ์ที่อิงอยู่กับ "อัฏฐทิศ" (ทิศทั้ง ๘) และ "ทักษาปกรณ์" (พระเคราะห์ทั้ง ๘) เป็นหลักเป็นชั้นต้น แล้วมาดูลัคนาและพระเคราะห์ประจำราศีเป็นชั้นที่๒ แล้วจึงหาตนุเกษตรเป็นชั้นที่๓ และพยากรณ์ตนุเกษตรกับทั้งส่วนราศีต่างๆตามลำดับตนุเกษตรว่าจะเกี่ยวข้องแก่ลัคนาอย่างไรในชั้นที่๔
ดังนั้นจะกล่าวถึง เรื่องตนุเกษตรก่อนเพื่อให้รู้เหตุผลในการนำพระเคราะห์ตรีวัยมาใช้ต่อไป
เมื่อเริ่มนับแต่ตัวลัคนาตนุ กดุมพะ ไปเรื่อยๆ จะได้ตัวเกษตรที่เป็นตนุลัคนา คือพระเคราะห์ที่ครองราศีนั้นเป็นตนุลัคน์ เมื่อตนุลัคน์นี้อยู่ในราศีที่ให้คุณเช่นสหัชชะ ศุภะ ลาภะ แก่ลัคน์ ก็แสดงว่าตนุลัคน์อยู่ในที่ให้คุณแก่ลัคน์ ถ้าไปอยู่ในราศีอริ มรณะ วินาสน์แก่ลัคน์ก็แสดงว่าตนุลัคน์นั้นเสียกำลังที่จะให้คุณแก่ลัคน์คือให้คุณแต่จะไม่เต็มที่นัก และเมื่อเราค้นหาไปถึงเกษตรเจ้าของราศีกดุมพะ สหัชชะ พันธุ ปุตตะ ปัตนิ ศุภะ กัมมะเราก็จะทราบตัวเกษตรของราศีเหล่านั้นว่า ดีหรือร้ายแก่เจ้าชะตาอย่างไร เหมือนอย่างที่ได้พิจารณามาแล้วในตนุเกษตรนั้น
แต่การที่พระเคราะห์นั้นจะให้คุณและโทษอย่างไรนั้น จำเป็นต้องหาศูนย์กลางคือหาตัวตนุเกษตร เมื่อหาได้แล้วก็จะรู้ถึงตัวดีตัวร้ายอันหมุนเวียนอยู่นั่นเอง คือถ้าตัวตนุเกษตรนั้นเป็นกาลกิณี(ในตำราเรียก กาลกรรณีในที่นี้ขอใช้คำว่ากาลกิณี) ก็ดี เป็นอริ เป็นมรณะ วินาสน์แก่ลัคน์ก็ดี ก็เป็นตัวอกุศลให้ผลเป็นทุกข์หาความสวัสดีมิได้ แม้ว่าดวงชะตาจะได้อุจจ์ เกษตร ราชาโชค โยค เกณฑ์อย่างใดก็ดี ก็จะถูกลดทอนลงมาอยู่ในระดับประมาณกลางหรืออาจจะถึง ต่ำต้อยลงไปได้
ดังนี้ตัวตนุเกษตรก็ดี กดุมพะ สหัชชะ พันธุ ปุตตะ ปัตนิ ศุภะ กัมมะ ลาภะ ของตนุเกษตรก็ดี เมื่อไม่เอาไป เกี่ยวข้องกับลัคนาว่าเป็นตัวร้ายแล้วก็อยู่ในที่ให้คุณนั้น การให้คุณนั้นได้แสดงไว้แล้วในทักษสังคหะ
ในตำราได้นำตัวอย่างดวงชะตา ข้าราชการท่านหนึ่งยศชั้นนายร้อยโท เพื่อมาประกอบการขยายความเรื่องพระเคราะห์ตรีวัยให้ได้ความชัดเจนขึ้น
ท่านข้าราชการท่านนี้เกิด วัน ๕ฯ๑๑ ๑๐ ค่ำ ปีมะโรง อัฏฐศก จุลศักราช ๑๒๑๘ เวลา๑๕.๐๐น. นาม ๑ ถึงแก่กรรมเมื่อ ๒๗กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๗๘ เวลา๑๐.๐๐น. อายุ ๘๐ปี ตนุเศษคำนวณออกมาตามชะตา คือดาว๔
รูปดวงชะตาเป็นดังนี้
ปฐมวัย ๔ ตนุเกษตร มหาอุจจ์ เกษตร ศรี เป็นกัมมะแก่ลัคน์
๖ กดุมพะ นิจ กาลกิณี(ในตำราเรียก กาลกรรณีในที่นี้ขอใช้คำว่ากาลกิณี) เป็น อริแก่ลัคน์
๔ กัมมะ มหาอุจจ์ เกษตร ศรี เป็นกัมมะ แก่ลัคน์
มัชฌิชวัย ๓ สหัชชะ เกษตร เดช มรณะ เป็น วินาสน์แก่ลัคน์
๖ ศุภะ นิจ กาลกิณ๊ เป็นอริแก่ลัคน์
๒ ลาภะ เกษตร กาลกิณี เป็นมรณะอก่ลัคน์
ปัจฉิมวัย ๕ พันธุ เกษตร เป็นตนุและพันธุแก่ลัคน์
๗ ปุตตะ พินทุบาทว์ เป็นกดุมพะแก่ลัคน์
๕ ปัตนิ เกษตร เป็น ตนุและพันธุแก่ลัคน์
ตามดวงชะตา แบ่งได้ดังนี้คือ
๑.ในช่วงปฐมวัยนั้น
๑.๑ ตั้งแต่วันเกิดถึงอายุ๘ปีกับ๔เดือน อยู่ในวัย ๔ เป็นตนุเกษตร มีความสวัสดีและประกอบกิจการดีด้วยเป็นได้ ทั้งเกษตร มหาอุจจ์ ศรีและกัมมะแก่ลัคน์
๑.๒ อายุ ๘ปี๔เดือนล่วงไปจนถึง๑๖ปี ๘เดือน อยู่ในวัย ๖ เป็นกดุมพะ มีผู้ทำให้ตกต่ำเป็นนิจและกาลกิณีและอย๋ในเรือนอริแก่ลัคน์
๑.๓ อายุ ๑๖ปี๘เดือนถึง๒๕ปี อยู่ในวัย ๔ เป็นกัมมะมีความสวัสดีและประกอบการดีดีเหมือนวัย ๔เป้นตนุเกเกษตร
๒.ในช่วงมัชฌิชวัยนั้น
๒.๑ ช่วงอายุ ๒๕ ปีถึง ๓๓ปี๔เดือน อยู่ในวัย๓ เป็นสหัชชะ เกิดทั้งดีและชั่วระคนกัน ส่วนที่ดีคือเกาจรและเดชให้เกิดทรัพย์และอำนาจ ส่วนที่ชั่ว คือมรณะ ว่าจะมีการเจ็บปวดและเสียทรัพย์ เพราะเป็นวินาสน์แก่ลัคน์
๒.๒ อายุ ๓๓ ปี ๔เดือน ล่วงไปถึง ๔๑ปี๘เดือน วัย๖เป็นศุภะ ให้เกิดคนอิจฉาทำให้ตกต่ำเกือบเอาตัวไม่รอดเพราะเป็นนิจ กาลกิณีและอริแก่ลัคน์ แต่อาศัยด้วยพระเคราะห์ส่วนดีคอยจะให้คุณมีอยู่ในเบื้องหน้าจึงยังไม่อับจนทีเดียว
๒.๓ อายุ ๔๑ ปี ๘เดือน ล่วงจนถึงอายุ ๕๐ปี อยู่ในวัย๒เป็นลาภะให้ผลเจริญดีเพราะเป็นเกษตรแต่จะต้องเจ็บป่วย ด้วยเพราะเป็นมรณะแก่ลัคน์
๓.ในช่วงปัจฉิมวัย นั้น
๓.๑ อายุตั้งแต่ ๕๐ปีล่วงแล้วจนถึง ๕๘ ปี ๔ เดือนอยู่ในวัย๕ เป็นพันธุย่อมให้เจริณด้วยทรัพย์สมบัติยิ่งนักเพราะเป็นเกษตรและพ้นจากร่วมบาปเบียนและพวกพ้องก็อุดหนุนตนเพราะเป็นตนุและพันธุ์แก่ลัคน์
๓.๒ อายุ ๕๘ ปี ๔ เดือน จนถึง ๖๖ ปี ๘เดือน ตกวัย ๗เป็นปุตตะเกิดความร้านฉานเสียทรัพย์แทบสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะเป็นพินทุบาทว์แต่เป็นกดุมพะ แก่ลัคน์ จึงยังมีคนช่วยอุปถัมภ์
๓.๓ อายุ ๖๖ ปี ๘ เดือน ล่วงแล้วจนถึง ๗๕ ปีตกวัย ๕เป็นปัตนิ ย่อมให้เจริญด้วยทรัพย์สมบัติเหมือนเมื่ออายุอยู่ในวัย๕เป็นพันธุ
ส่วนการถึงแก่กรรมนั้นเมื่ออายุ ๘๐ปี ๕เดือน ๑๑วัน นั้นเข้าฆาต โดยพิจารณา
๑. อายุนามกำเนิดจร เป็นเรื่องของ
ในที่นี้อายุนามกำเนิดจรตกภูมิ๖ พระ๘ เป็นกาลกิณีนามกำเนิดจรทับลัคนากำเนิด
๒. อายุปีเกิดจรนั้นคือทักษาจร:
- เป็นการนับอายุจรโดยตั้งต้นจากดาววันกำเนิด (ทักษาวันเกิด) แล้วนับเวียนขวาตามทิศทางมหาทักษาไปทีละปี
- เมื่อนับครบปีตามอายุย่าง หากถึงตำแหน่งดาวอาทิตย์ (๑) จะต้องนับเข้า "ตากลาง" ก่อน 1 ปี แล้วจึงขยับไปนับต่อที่ดาวจันทร์ (๒) วนไปจนครบอายุย่างในปัจจุบัน
- ดาวที่ตกในตำแหน่ง "อายุจร" ของปีนั้น จะบ่งบอกเรื่องสุขภาพ, ความเป็นไป และเหตุการณ์หลักในชีวิตประจำวันปีนั้นๆ
ในที่นี้อายุปีเกิดจรหรือทักษาจรนั้นตกภูมิ๔ พระอังคารเป็นกาลกิณีปีเกิดจร ทับ ๕กำเนิดตัวเป็นตนุลัคน์และทั้งทับกำเนิดตัวเป็นสหัชชะร่วมตนุลัคน์นั้นด้วย การทับกันในราศีอัมพุตกฆาต ที่เรียกว่า อัมพุ ภุมโม กาลกิณี ฆาตราศี มรณํ ภโว นสฺส สยํ ถ้าอังคารเป็นนามกาลกิณีในราศีบังคับเช่นนี้ เรียกว่าฆาตสำคัญถึงที่ตาย และให้สังเกตุว่า เมื่อตายลัคนาเคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษได้เป็นอันมาก เรือนอังคารซึ่งเป็นเรือนมรณะแก่ตนุเศษและตนุเกษตร และเป็นตัววินาสน์แก่ลัคน์ด้วย แสดงอายุเข้าเขตมรณะโดยแท้จริงในเรือนอังคารนั่นเอง
การพยากรณ์ตามหลักตรีวัยนั้นเป็นการถูกต้องตามความเป็นจริงของประวัติการแห่งดวงชะตา นี้ เพราะได้มีการพิจารณาตั้งแต่ลัคนาและ ตนุเศษเป็นสองทางเปรียบเทียบกัน ทำให้ลดการพยากรณ์ผิดพลาด เช่นการดูบริวารนั้นใช่จะมีอยู่ตัวเดียวเช่นเดียวกับกาลกิณี แต่เราจะสามารถดูว่าบริวารตัวไหนดีหรือไม่เมื่อพิจารณาดวงชะตาตามในทวาทศจักรเช่นพระ ๓เป็นวินาสน์แก่ลัคน์ พระ๓คือปุตตะในราศีเมษ ส่วนปุตตะจากตนุเศษ จะตกราศีมังกรได้แก่พระ๗ และพระเสาร์เป็นกดุมพะของลัคนาแต่ไปเป็นปุตตะจึงต้องทำนายอีกอย่างคือจะมีบุตรหลายคน จะทำให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าชะตา บางส่วนก็จะประกอบอาชีพหาเลี้ยงบิดา โดยท่านมีบุตรถึง๖คน การเห็นปุตตะไปตกวินาสน์แล้วจะทายแต่นัยยะเดียวว่าหาบุตรไม่ได้ย่อมเป็นการผิดพลาด ดังนั้นจึงควรสอบสวนหาข้อเท็จจริงจากทั้งสองทาง
ถ้านับแต่ลัคน์ไปตกที่แล้วก็ให้ท้ายร้ายไว้ส่วนหนึ่งก่อน แต่เมื่อทำนายตนุเศษที่ไปตกที่ดีแล้วก็ให้ทายแบ่งแยกไว้เป็นสองด้าน ดังนั้นจึงควรดูทั้งลัคนาและตนุเศษประกอบกัน
สรุปตามชะตานี้ดูเหมือนมีเกษตรถึง ๔ ตัวและเป็นมหาอุจจ์ด้วยหนึ่งตัวและตนุเศษ รวมทั้งตัวตนุเกษตรก็เป็นตัวเดียวกัน พร้อมทั้งเป็นเกษตร มหาอุจจ์และศรีอยู่ร่วมบริวาร ดวงตรงตามตำราที่ว่าจะมีโอกาสได้เป็นขุนนาง ซึ่งเจ้าชะตาก็ได้มียศแม้จะเป็นร้อยโท ในส่วนของความร่ำรวยนั้นพอจะเรียกได้ว่าเป็นผู้มีอันจะกิน หาได้ร่ำรวยสมดังมีเกษตรสี่ตัว เพราะมีส่วนเสียหายคือ ๗ นั้นเล็งลัคน์เป็นพินทุบาทว์ และ๓ ตัวเกษตรเป็นวินาสน์แก่ลัคน์ และ ๖ เป็นตัวกาลกิณีร่วมตนุและบริวารจึงทอนชะตาลง แม้มีเกษตรถึงสี่ตัวทำให้มีฐานะทรัพย์สินที่ข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรงจึงไม่มีความมั่นคงแห่งทรัพย์สมบัติที่แท้จริง
💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙 💙💙💙💙💙💙💙💙💙


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น