อิทธิพลของสี กับธาตุของดวงดาว

 อิทธิพลของสี กับธาตุของดวงดาว

 

ตำแหน่งเบื้องต้นของดาวตามจักรราศีในตำราของอาจารย์พลูหลวงนั้นจะประกอบด้วยดาวตามภาพด้านล่าง แต่ต่อมาได้มีการเพิ่มดาวอีกดวง คือ แบคคัส มาใช้เป็นตัวแทน ราศีพฤษภ และนำ ดาวราหูไปรวมกับเกตุในราศีมิถุน 


 อ่านได้จากเรื่อง ดวงมาตรฐาน ระบบพลูหลวง

 https://zodietcwise.blogspot.com/2023/07/blog-post_18.html


เรื่องของสีของดาวเคราะห์ตามตำราพลูหลวง นั้น เมื่อนำมาบรรจุลงตามตำแหน่งดาวเกษตรตามจักรราศีและแสดงชื่อดาวเคราะห์เจ้าเรือนแล้วจะเป็นไปตามภาพที่ปรากฎ 

ราศีธาตุลม เป็นสีเย็นค่อนทางน้ำเงิน คือ ตุลย์ (๖)-น้ำเงิน  กุมภ์(๐)-ม่วงคราม  เมถุน(๙)-ม่วง 

ราศีธาตุดิน เป็นสีเย็นค่อนทางสีเขียว  คือ มังกร(๗)-ดำ พฤษภ(๘)-เขียวอ่อน กันย์(๔)-สีเขียว

ราศีธาตุไฟ เป็นสีร้อนค่อนทางเหลือง คือ เมษ(พ)-สีแสด  สิงห์(๑)-ส้ม ธนู(๕)-เหลือง

ราศีธาตุน้ำ เป็นสีร้อนค่อนทางสีแดง คือ กรกฎ(๒)-สีขาว  พิจิก(๓)-สีชมพู มีน(น) -เลือดนก

แยกประเภทจะได้สีร้อนคู่หนึ่งคือธาตุไฟ กับธาตุน้ำ  ส่วนสีเย็นอีกคู่คือราศีธาตุลมกับธาตุดิน

บุคคลที่มีลัคนาอยู่ราศีธาตุไฟและน้ำ จึงเป็นคนเปิดเผย แสดงตน มีอารมณ์ที่อาจจะรุนแรงได้ อ่อนไหวง่าย ปฏิภาณเชาว์ดีมาก

ส่วนบุตตลผู้มีลัคนาราศีธาตุดินและลม ทำให้เป็นคนเยือกเย็น หนักแน่น มีความคิดลึกซึ้ง

สีที่อยู่ตรงข้ามกันในราศีเมื่อบวกผสมกันจะกลายเป็นสีกลาง ด้วยเหตุนี้เมื่ออยู่ใกล้เคียงกันจึงไม่มีอิทธิพลผสมกัน เพราะมีธรรมชาติไปคนละทางเรียกว่าสีที่สร้างมาคู่กันคือเมื่อมีกุศลก็ย่อมมีอกุศล เช่นมีขาวย่อมคู่กับดำ ดังนี้เป็นต้น 

หากว่าดาวในราศีตรงข้ามไปร่วมคู่เกาะกุมลัคนาในราศีใดๆจะไม่ยอมมีอิทธิพลผสานกันเป็นอันขาด เราจะต้องพิจารณาว่าองศาของลัคนาไปใกล้เคียงกับดาวอะไรก็จะมีจุดโน้มเอียงไปทางนั้นแต่ฝ่ายเดียว ดังนั้นสามารถนำมาสรุปได้เป็นคู่ดาวดังนี้

      ๑  สิงห์  คู่กับ   ๐  กุมภ์

      ๔ กันย์   คู่กับ    เนปจูน มีน

      ๖ ตุลย์    คู่กับ   พลูโต เมษ

       ๓ พิจิก   คู่กับ   ๘ พฤษภ

       ๕ ธนู     คุู่กับ    ๙ เมถุน

       ๗ มังกร  คู่กับ   ๒ กรกฎ




โดยหากยึดถือทฤษฎีสัมพันธภาพของสีเป็นหลักก็จะจำแนกเป็นราศีฝ่ายกุศลและอกุศล คือฝ่ายสว่างและฝ่ายมืด ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามกันเสมอ และมีราศีข้างเคียงเป็นมิตรกันได้เป็นคู่สลับกันระหว่าง กุศลและอกุศลดังนี้คือ

มิตรข้างเคียงราศีฝ่ายกุศล คือ ราศี กรกฎ กับสิงห์ 

มิตรข้างเคียงฝ่ายอกุศล คือ ราศีกันย์ และ ตุลย์   

ฝ่ายกุศลประกอบด้วย 

๑) ราศี พิจิก และ   ธนู  

๒) ราศี มีน   และ   เมษ

ฝ่ายอกุศล ประกอบด้วย

๑)  ราศี  มังกร    และ กุมภ์ 

๒) ราศี   พฤษภ  และ เมถุน 

การเป็นคู่มิตรกันทางธาตุของสีจีงมีนิสัยใจคอและรูปร่างคล้ายคลึงกันตามคู่ของตนเองดังที่กล่าวมาแล้วนั้น  ส่วนรสนิยมและการเข้ากันได้สนิทต้องเป็นราศีธาตุเดียวกันเพราะสีตระกูลเดียวกันและเนื่องจากสีตรงกันข้ามเป็นสีคู่กันแบบขัดแย้ง โบราณท่านจึงให้ความหมายของภพตรงข้ามกับลัคนา เป็นฝ่ายตรงข้ามทุกอย่างเช่นเจ้าชะตาเป็นชาย ราศีตรงข้ามก็เป็นหญิงคือคู่ตรองและก็หมายถึงคู่ต่อสู้ คู่คดีความ และศัตรูเปิดเผย ดาวพระเคราะห์ใดในดวงชะตาอยู่มุมตรงข้ามกันจึงถือเป็นคู่ขัดแย้งเทียมอีกด้วย



จากหลักเกณฑ์ดังกล่าวสามารถทำสูตรการผสมสีโดยผสานระหว่างกันคือ

พฤหัสบดีเหลือง อยู่ร่วมกับพลูโตแสด จะเกิดเป็นพระเคราะห์อาทิตย์ส้มเทียมขี้น

เกตุสีเขียวเหลืองผสมศุกร์น้ำเงิน เกิดพระเคราะห์เทียมพุธเขียว

ศุกร์น้ำเงิน พฤหัสบดีเหลือง เนปจูนแดง เป็นเสาร์ดำ

ศุกร์น้ำเงิน เนปจูนแดง เป็นเกตุม่วง

พฤหัสบดีเหลือง พุธเขียว เป็นราหูเขียวอ่อน

อาทิตย์ส้ม เนปจูนแดง เป็นพลูโตแสด

เกตุม่วง ศุกร์น้ำเงิน เป็นมฤตยูม่วงคราม

 ราหูเขียวอ่อน เกตุม่วง เป็นศุกร์น้ำเงิน

ราหูเขียวใบตอง อาทิตย์ส้มเป็นพฤหัสบดีเหลือง

อาทิตย์ส้ม เกตุม่วง เป็นเนปจูนแดง

เนปจูนแดง เกตุม่วง เป็นอังคารชมพู

เกตุม่วง ราหูเขียวใบตอง อาทิตย์ส้มเป็นจันทร์ขาว



จากอิทธิพลการผสมสีของดวงดาวนี้ก็เห็นได้ว่าพุธ และศุกร์ควรจะมีตำแหน่งเป็นเกษตรครองราศีเดียว เช่นเดียวกับดาวพระเคราะห์อื่น คือ

พุธอยู่กันย์ ศุกร์อยู่ตุลย์ ส่วนราศีพฤษภ ก็ควรให้ราหูไปครองอยู่ เพราะเป็นตำแหน่งโลกเทียม และราศีเมถุนควรเป็นเกตุ เพราะเกตุคือคาบการโคจรของอาทิตย์กับราหู มาเกาะกุมกันแต่ละครั้ง ควรเป็นเกษตรอยู่ระหว่างราหูกับอาทิตย์ เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็ได้ราหูครองสีเขียวใบตองอ่อนและเกตุครองสีม่วง ส่วนอาทิตย์เป็นสีส้ม สี ทั้งสาม สีนี้คือ แม่สีของสเปคตรัมหรือที่เรียกว่าแม่สีแสงอาทิตย์เกิดจากรังสีของแสงและสีสเปคตรัมนี้ เมื่่อนำมาผสมกันก็จะได้สีขาวหรือแยกคู่มาผสมกันก็จะกลับเป็นสีวัตถุธาตุแท้ คือสีแดงเหลืองน้ำเงิน ตามสูตรการผสมที่กล่าวมาแล้วนั้น 

อิทธิพลการกุมกันของดาวพระเคราะห์สามารถทำให้เกิดดาวเคราะห์เทียมขึ้นได้ เมื่อดาวพระเคราะห์จับคู่หรือจับกลุ่มกันจึงสามารถจะแยกลักษณะออกว่ามีจุดโน้มเอียงไปทางใดดังนี้ คือ 

๑.กลุ่มดาวราศีธาตุดิน คือเสาร์ ราหู และพุธ สามดาวนี้หากเกาะกุมอยู่ด้วยกันในดวงชะตาจะทำให้บุคคลผู้นั้นมีจิตครอบงำด้วยอำนาจอกุศลมูล คือโลภะ โทสะ โมหะ จิตใจทุกครอบงำด้วยอำนาจกิเลสแรงกล้าเป็นคนเร้นลับ มีแผนการณ์ออกแนวร้ายภายใน เพราะสี ทั้งหมดผสมแล้วเป็นสีเขียวคล้ำ อันเป็นสีแห่งความมืดวังเวง ดวงชะตาของบุคคลที่มีดาวกลุ่มอยู่นี้รวมกันอยู่ในราศีกันย์ ตัวอย่างที่ตำราว่าไว้คือ ดวงของเจ้านโดมสีหนุ (ต้องขออภัยไว้ ณที่นี้ )มีดาวทั้งสามในราศีกันย์

๒.กลุ่มดาวราศีธาตุไฟ คือพลูโต อาทิตย์ พฤหัสบดี ดาวพระเคราะห์สามดวง นี้เป็นฝ่ายกุศลมูล การผสมสีของดวงดาวจะกลายเป็นสีส้มเข้ม  อันมีจุดโน้มเอียงทางดวงอาทิตย์ซึ่ง เป็นจุดให้พลังปราณและแสงสว่างแก่มวลชีวิตทั้งหมดบนโลก หากผู้ใดมีดาวทั้งสามดวงนี้เกาะกุมอยู่ด้วยกันในดวงชะตาจะทำให้เป็นคนมีพลังงานสร้างสรรค์อย่างแรงกล้าและสติปัญญาสว่างไสว สีแดงส้มนี้เป็นสีของเลือดในร่างกายและสีของผู้มีอำนาจในพิธีกรรมต่างๆ เนื่องจากราศีธาตุไฟมีอำนาจทางพลังปราณและจิตวิญญาณ หากบุคคลนั้นได้รับการฝึกก็จะเป็นผู้มีจิตกล้าแข็ง และจะเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่มาก ตัวอย่างที่ตำราว่าไว้คือ ท่านพุทธทาสภิกขุมีดาวอาทิตย์ พฤหัสและพลูโตกุมกันในราศีพฤษภ เนื่องจากดาวกลุ่มนี้นี้ไปกุมกันในธาตุดินจึงทำให้ท่านเป็นผู้มีจิตใจสงบเยือกเย็นใฝ่หาทางธรรมะแทนที่จะเอาดีเด่นทางโลก 

สีกลุ่มนี้จะเป็นปรปักษ์กับสีกลุ่มธาตุลมตามตำราของอาจารย์ที่ว่าธาตุลมและไฟเป็นปรปักษ์จ่อกัน อันเนื่องจากราศีแม่ธาตุอยู่ในมุมที่เล็งกัน จึงเป็นมุมขัดแย้ง 

๓.กลุ่มดาวราศีธาตุน้ำซึ่งเป็นฝ่ายกุศลธาตุ อันเป็นธาตุร้อนมีพลังของสีขาวและสีแดงครอบงำอยู่ให้ความเข้มแข็งกระชุ่มกระชวยเหมือนราศีธาตุไฟ แม้กุมกันอยู่ยังที่ใดก็ย่อมให้พลังเข้มแข็งแก่ราศีธาคุไฟ อันได้แก่ การกุมกันของดาวจันทร์ อังคาร เนปจูน กุมกันราศีมีน ตามดวงพระชะตาของสมเด็จพระศรีสรินทิราบรมราชินี พระพันวสาอัยยิกาเจ้า  หรือดวงของนักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงหลายท่านมีดาวอังคารกุมเนปจูน เช่นดวงชะตาของคุณพิชัย วาสนาส่ง หากจะเทียบราศีธาตุทั้งสี่ กับสติปํฏฐาน๔ จะแบ่งได้เป็น

- ธาตุดินเป็นฝ่ายกาย

-ธาตุไฟเป็นฝ่ายจิต

-ธาตุน้ำเป็นฝ่ายธรรม

-ธาตุลมเป็นฝ่ายเวทนา

จึงจะเห็นว่าการเป็นฝ่ายธรรมของราศีธาตุน้ำก็คือตัวปัญญานี่เอง ผู้ใดมีดาวเคราะห์ราศีธาตุน้ำกุมกันในชะตาจึงถือว่ามีปัญญาและปฏิภาณดี

๔.กลุ่มดาวราศีธาตุลม เป็นเวทนาคือตัวสุข ทุกข์ซึ่งครองอารมณ์ มีดาวศุกร์ มฤตยู และเกตุ ซึ่งดาวศุกร์เป็นเจ้าแห่งโลกีย์ มฤตยูเจ้าแห่งการคิดค้นแสวงหาสิ่งแปลกใหม่ และดาวเกตุเจ้าแห่งการสะสม อันเป็นฝ่ายกิเลส ภาวะของสีจึงเปล่งสีออกมาเป็นสีน้ำเงินและม่วง ดังนั้นความรักใคร่ ความทะยานอยากและความลุ่มหลง เป็นตัวปรุงแต่งชีวิตให้เวียนว่ายในวัฏฏสงสารทั้งนั้น ถือเป็นการตรงข้ามกับฝ่ายราศีธาตุไฟ อันครองอำนาจจิต ซึ่งคอยจูงวิถีจิตให้พวยพุ่งขึ้นสู่เบื้องสูงอาจจะสูงสุดสู่นิพพาน ผู้ใดมีดาวเคราะห์ ศุกร์ มฤตยูและเกตุ กุมกันในราศีใดในชะตา ผู้นั้นย่อมมีอารมณ์อ่อนไหวหลงเคลิ้มไปตามแสงสีของโลก ตามตำรายกตัวอย่าง ดวงของอาจารย์เหม เวชกร จิตรกรเขียนภาพที่มีชื่อเสียงมีดาวศุกร์ มฤตยู และเกตุเกาะกุมในราศพิจิก หรือแม้มีเพียงดาวคู่ ศุกร์และมฤตยูก็มีส่วนโน้มเอียงไปทางโลกียฺและศิลปะ  ในทางตรงข้ามหากดาวทั้งสามกุมในดวงของบรรพชิตก็เป็นไปได้อย่างยิ่งว่า ท่านอาจจะหาชื่อเสียงเด่นทางการนิพนธ์หนังสือ และไม่ได้เป็นสายปริยัติ




สรุปว่า ดาวราศีธาตุใดมีอิทธิพลเด่นสุดก็จะชักนำให้ชีวิตโน้มเอียงไปตามอิทธิพลของราศีธาตุนั้นๆ พิจารณาจากคุณลักษณะเช่นสีของดาวพระเคราะห์ที่ผสานจากกลุ่มของธาคุทั้งสี่


💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙❤❤❤❤💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙❤❤❤❤💙💙💙💙💙💙💙💙💙

  • ขอบคุณที่อ่านและกดติดตามในบล็อก https://zodietcwise.blogspot.com
  • เป็นเพื่อนและกดถูกใจใน FB #zodietcwise 
  • ฝากกดติดตาม IG: https://www.instagram.com/zodietcwise/
  • สนใจดูดวงนัดติดต่อ Inbox มาก่อนได้เลยจ้า ก่อนนัดทางไลน์ค่ะ
  • ไลน์ Line  https://line.me/ti/p/DxUHcrL7-M
  • ขอบคุณข้อมูล
  • ขอบคุณข้อมูล
  • ขอบคุณข้อมูล
  • ขอบคุณข้อมูล 
  • ขอบคุณวิชาโหราศาสตร์
  • ข้อมูลตำราพรหมชาติ ฉบับสมบูรณ์, ตำราโลกธาตุ
  • ข้อมูลจากตำราอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร,  หลวงวิศาลดรุณกร(อั้น สาริกบุตร)
  • ข้อมูลอาจารย์ศ.ดุสิต,อาจารย์พันเอก(พิเศษ) เอื้อน มนเทียรทอง                              
  • ข้อมูลตำราอาจารย์พลูหลวง,
  • ข้อมูลตำราอาจารย์เล็ก พลูโต จากหนังสือ โหราศาสตร์ระบบพลูหลวง
  • ข้อมูลตำราอาจารย์จำรัส ศิริ,อาจารย์สิงห์โต สุริยาอารักษ์,อาจารย์อักษร ไพบูลย์,
  • อาจารย์ประภาพร เลาหรัตนเวทย์ ,ดิสพร ตุลยนันท์( โสภณ ดิลก)
  • ตำราโหราศาสตร์แบบไทย-พาราณสี อาจารย์แว่นแก้ว,โหราศาสตร์ไทย อาจารย์ยอดธง ทับทิวไม้,
  • ตำราโหราศาสตร์ปริวรรตฉบับเรียนรู้ด้วยตนเอง อาจารย์กานธนิกา ชุณหะวัต,ทิวา บุญญาปฏิภา,รตี พร้อมพรชัย
  • รวมทั้งหลายท่านอาจารย์และบรมครูโหราศาสตร์ที่อาจจะไม่เอ่ยนามค่ะ

  • ความคิดเห็น