เรื่องของดาวเนปจูน

 เรื่องของดาวเนปจูน


ในโหราศาสตร์ไทยและภารตะได้มีการคำนวณตำแหน่งระยะการโคจรของเนปจูนขึ้นไว้ด้วย โดยเนปจูนจะโคจรตลอดราศีใช้เวลา ๑๓ ปี ๙เดือน ในทางโหราศาสตร์ทั่วไปมักจะไม่นำมาใช้เพราะเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างไกลจากโลกมาก  การโคจรจึงมากเกินกว่าจะมีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์ได้ แต่คงมีอิทธิพลต่อเหตุการณ์ ในโลกอันได้แก่เหตุการณ์ใหญ่ๆซึ่งจะบังเกิดแก่โลกเท่านั้น

เนปจูนเป็นดาวเคราะห์ธาตุน้ำเป็นดาวเจ้าอารมณ์และเป็นดาวเจ้าเรือนเกษตรร่วมกับพฤหัสบดีในราศีมีน เป็นอุจจ์ในราศีกรกฎ และ เป็นนิจในราศีมังกร

ตัวย่อสำหรับดาวเนปจูนคือ น  ในทางโหราศาสตร์ไทย

บุคคลตามลักษณะของเนปจูน คือ นักแสดงบนเวที ดาราจอแก้ว ดาราจอเงิน

เกี่ยวกับสถานที่  ได้แก่ โรงภาพยนต์ โรงละคร ศาลเทพารักษ์ โรงพยาบาลทางจิตเวช เรือเดินสมุทร เรือดำน้ำ แหล่งผลิตยาเสพติดให้โทษ

รูปพรรณสัณฐาน ของบุคคล ได้แก่ คนที่บอบบาง ไม่แข็งแรงแต่ก็ไม่ใช่ขี้โรค สะโอดสะอง ผิวพรรณซีดขาว

สำหรับ สี คือ สีคราม , สีม่วง

สำหรับรส คือ รสซ่าๆหวานๆผสมกัน

สำหรับเพศ คือ เพศหญิง 

เนปจูน โคจรเข้าแต่ละภพของดวงจะส่งผลอิทธิพล ต่อแต่ละเรือนโดยนัยยะความหมายจะเป็นดังนี้ หรือนำไปใช้สำหรับคำทำนายความความหมายโดยกว้างของดาวเนปจูนในแต่ละราศีก็ได้

เรือนที่๑ ตนุ คือ เรื่องของพลังจิต, ความลุ่มหลง,ภาพจินตนาการหรือมายาอาจจะนำไปใช้ สร้างภาพเก่งหรือนำไปหลอกลวงผู้อื่นได้

เรือนที่๒  กดุมพะ คือ การใช้เงินมักเป็นไปตามจินตนาการ หรือ มีเหตุให้ใช้จ่ายเกินพอดี

เรือนที่๓ สหัชชะ คือ การติดต่อ มิตรสหาย มีมากหน้าหลายตา อาจจะเป็นแบบสังคมฉาบฉวย ไม่ได้สนิทแน่บแน่น หรือ มิตรภาพที่ดูแน่บแน่นแต่แอบแฝงความจอมปลอม ผูกมัดอยู่

เรือนที่ ๔  พันธุ คือ บ้านช่อง ที่หรูหราเกินฐานะ หรือ ชอบสร้างฐานะหรือการเปรียบเทียบในทางสังคม ความฟุ้งเฟ้อของสังคมญาติพี่น้อง

เรือนที่ ๕ ปุตตะ คือ ลูกหรือลูกน้องที่แสดงความรักแบบเวอร์ๆ แต่ไม่จริงใจต่อหน้าอย่างลับหลังนินทา 

เรือนที่ ๖  อริ คือ  อุปสรรคหรือศัตรูที่ดูเหมือนแก้ไขได้ง่าย แกล้งทำเป็นมิตร หรือ การใช้จิตวิทยาหรือการใช้จิตวิเคราะห์ ในขั้นสูง

เรือนที่ ๗  ปัตนิ คือ คู่ครองหรือหุ้นส่วนที่ไม่ค่อยจริงใจหรือเป็นตัวเองมากๆไม่ค่อยประนีประนอม หรือมีโลกส่วนตัวสูง หรือการลงทุนในเรื่องที่เพ้อฝันไม่ได้ผลตอบแทน

เรือนที่ ๘  มรณะ คือ เกี่ยวกับปรากฎการณ์ทางจิต, เรื่องของจิตใต้สำนึก , พบเจอเรื่องประหลาดทางจิตวิญญาณ หรือการรักษาโดยการสะกดจิต การใช้วิตามินหลอกๆแทนการให้ยารักษา

เรือนที่ ๙ ศุภะ คือ ความเชื่อหรือลัทธิที่ให้คนงมงาย ความศรัทธาในสิ่งที่ไม่จริง

เรือนที่ ๑๐ กัมมะ คือ งานสร้างสรรค์จินตนาการ ,โฆษณาชวนเชื่อ, วงการบันเทิงมายาหรือ ทางsocial media หรือ สื่อออนไลน์ต่างๆ,การใช้สื่อหรือการรณรงค์ของภาครัฐสร้างภาพลักษณ์ทำให้เกิดความเชื่อถือ

เรือนที่ ๑๑ ลาภะ คือ ความเคลิบเคลิ้มไปกับสิ่งเสพย์ติดเช่นสุรา,ยาเสพย์ติด,การพนัน หรือ คนที่เข้ามาป้อยอให้หลงเชื่อหรือลุ่มหลงหรือคนมีพลังจิต

เรือนที่ ๑๒ วินาสน์ คือ การปลีกวิเวก,การฝันกลางวัน,การมีภาพหลอนหรือมายา, การเก็บตัวมีความทุกข์หรือความโศกเศร้าไม่ต้องการเปิดเผย,การเข้าร่วมลัทธิบางอย่างแบบเงียบๆ

คำว่า "เนปจูน" นั้นตั้งชื่อตามเทพเจ้าแห่งท้องทะเลของโรมันเหนือ (กรีก : โปเซดอน) มีสัญลักษณ์เป็น (♆) ลาตินเรียกว่าเนปจูน ซึ่งเป็นเทพประจำมหาสมุทร หรือเจ้าแห่งทรัพยากรทางน้ำทุกชนิด เป็นโอรสของเทพโครนัสกับเทพีรีอาและเป็นสามีของเทพธิดาแอมฟิไทรท์ หรือ อัมฟิตรีติ หรือนางเมขลา ทรงมีพาหนะเป็นโลมาหรือม้า และทรงพระแสงตรีศูลหรือฉมวกเป็นอาวุธ เดิมถูกกลืนในท้องของโครนัสผู้บิดา โดยมีจูปิเตอร์อนุชาองค์เล็กเป็นผู้ช่วยเหลือออกมา

ดาวเนปจูน (♆) ถูกค้นพบเมื่อ ๒๐ กันยายน คศ ๑๘๔๖ (ประมาณปี พศ ๒๓๘๙) ซึ่งอยู่ในช่วงรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งครองราชย์ ตั้งแต่วันที่ ๒๑กรกฎาคม พ.ศ. ๒๓๖๗ ถึง ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๓๙๔ และ ในขณะ ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งได้ทรงผนวชเป็พระภิกษุ จึงได้มีการเน้นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ภายหลังครองราชย์ เริ่มครองราชย์ตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ.๒๓๙๔ ด้วยเหตุว่าเสาหลักเมืองเก่าชำรุด ทรงได้วางเสาหลักเมืองใหม่คู่กับเสาเดิม พร้อมกับทรงดำเนินพระราชภาระกิจอีกหลายประการ ทีสำคัญคือ ปฏิรูปประเทศในหลายด้านทั้งด้านพระพุทธศาสนา การศึกษาศิลปวิทยาการ ด้านกฏหมาย และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้ทันสมัยตามแบบตะวันตกและเพื่อป้องกันการตกเป็นอาณานิคม เป็นเสมือน "แก้เคล็ด" เพื่อเสริมความมั่นคงของราชวงศ์และบ้านเมืองในสภาวะวิกฤตจากการแผ่อิทธิพลของชาติตะวันตกโดยดวงพระชะตาเมืองใหม่ในสมัยพระองค์  ใช้ฤกษ์วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๓๙๕ เวลา ๑๑.๑๙น. ตามภาพลัคนาอยู่ราศีกุมภ์อันเป็นภพลาภะของดวงเมืองเดิมสมัยรัชกาลที่๑ ซึ่งวันตั้งเมืองคือเมื่อวันที่ ๒๑เมษายน ๒๓๒๕ เวลา ๖.๕๔น.


ดาวจันทร์ นั้นเป็นอริมาอยู่มรณะ และมีตำแหน่งราชาโชค มีทั้งโยค จตุเกณฑ์ และตรีโกณครบ ลักษณะของดวงเมืองในสมัยรัชกาลที่ ๔ อาจารย์หรือครูโหรหลายสำนักว่าเป็นการนำพลังของดวงดาวที่ดีมาเสริมดวงเมืองเดิมเริ่มแรกเพื่อให้บ้านเมืองและประเทศชาติอยู่รอดจากภัยจากวิกฤตการณ์ต่างๆในรัชสมัยของพระองค์  

พร้อมทั้งการสถาปนาพระสยามเทวาธิราช ซึ่งรัชกาลที่๔ พระองค์มีพระราชดำริว่า สยามมีเหตุการณ์ที่เกือบจะเสียอิสรภาพมาหลายครั้ง แต่บังเอิญมีเหตุให้รอดมาได้เสมอ คงจะมีเทพยดาที่ศักดิ์สิทธิ์คอยอภิบาลรักษาอยู่ สมควรที่จะทำรูปเทพยดาองค์นั้นขึ้นสักการบูชา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เจ้าประดิษฐวรการปั้นรูปสมมติขึ้นค่ะ หากสนใจทราบรายละเอียดและศึกษา ลองหาอ่านเพิ่มเติมได้นะคะ 


 💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙❤❤❤❤💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙💙❤❤❤❤💙💙💙💙💙💙💙💙💙


  • ขอบคุณที่อ่านและกดติดตามในบล็อก https://zodietcwise.blogspot.com
  • เป็นเพื่อนและกดถูกใจใน FB #zodietcwise 
  • ฝากกดติดตาม IG: https://www.instagram.com/zodietcwise/
  • สนใจดูดวงนัดติดต่อ Inbox มาก่อนได้เลยจ้า ก่อนนัดทางไลน์ค่ะ
  • ไลน์ Line  https://line.me/ti/p/DxUHcrL7-M
  • ขอบคุณข้อมูล :    วิกิพีเดียซพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
  • ขอบคุณข้อมูล   https://hilight.kapook.com/view/215356
  • ขอบคุณข้อมูล 
  • ขอบคุณวิชาโหราศาสตร์
  • ข้อมูลตำราพรหมชาติ ฉบับสมบูรณ์, ตำราโลกธาตุ
  • ข้อมูลจากตำราอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร,  หลวงวิศาลดรุณกร(อั้น สาริกบุตร)
  • ข้อมูลอาจารย์ศ.ดุสิต,อาจารย์พันเอก(พิเศษ) เอื้อน มนเทียรทอง                              
  • ข้อมูลตำราอาจารย์พลูหลวง,
  • ข้อมูลตำราอาจารย์เล็ก พลูโต จากหนังสือ โหราศาสตร์ระบบพลูหลวง
  • ข้อมูลตำราอาจารย์จำรัส ศิริ,อาจารย์สิงห์โต สุริยาอารักษ์,อาจารย์อักษร ไพบูลย์,
  • อาจารย์ประภาพร เลาหรัตนเวทย์ ,ดิสพร ตุลยนันท์( โสภณ ดิลก)
  • ตำราโหราศาสตร์แบบไทย-พาราณสี อาจารย์แว่นแก้ว,โหราศาสตร์ไทย อาจารย์ยอดธง ทับทิวไม้,
  • ตำราโหราศาสตร์ปริวรรตฉบับเรียนรู้ด้วยตนเอง อาจารย์กานธนิกา ชุณหะวัต,ทิวา บุญญาปฏิภา,รตี พร้อมพรชัย
  • รวมทั้งหลายท่านอาจารย์และบรมครูโหราศาสตร์ที่อาจจะไม่เอ่ยนามค่ะ



  • ความคิดเห็น